โซลาร์รูฟภาคประชาชน 2569 เปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย บ้านอยู่อาศัยขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 kW
ข่าวดีสำหรับเจ้าของบ้านที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟ หรือ Solar Rooftop ภาคประชาชน ปี 2569 ล่าสุดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ได้ออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569
โครงการนี้เปิดโอกาสให้บ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในบ้าน และขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้าได้ โดยกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 2.20 บาทต่อหน่วย หรือ 2.20 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะเวลาสัญญา 10 ปี
สำหรับเจ้าของบ้านที่กำลังวางแผนติดตั้งโซลาร์รูฟ นี่เป็นโครงการที่ควรรีบศึกษา เพราะการพิจารณาสิทธิ์ใช้หลักเกณฑ์ “ยื่นก่อน ได้รับการพิจารณาก่อน” และมีเป้าหมายรับซื้อรวมทั้งโครงการไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ (MW)
■ โซลาร์รูฟภาคประชาชน 2569 คืออะไร
โซลาร์รูฟภาคประชาชน 2569 คือ โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านอยู่อาศัย โดยเจ้าของบ้านสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และหากมีไฟฟ้าเหลือจากการใช้งานภายในบ้าน สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้
การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายในประกาศนี้ หมายถึง:
- การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ.
โครงการนี้เน้นเฉพาะบ้านอยู่อาศัย ประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 และต้องเป็นระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใชอยู่อาศัย ไม่รวมระบบที่ติดตั้งบนพื้นดิน หรือ Ground-Mounted
■ สรุปเงื่อนไขสำคัญของโครงการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟ 2569
- ✓ เปิดรับคำขอขายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
- ✓ ใช้หลักเกณฑ์ First Come First Served ยื่นก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน
- ✓ ต้องกำหนดวัน SCOD (วันจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์) ภายในปี 2570
เอกสารดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการ (จาก กกพ.)
1. ประกาศรับซื้อไฟฟ้า (ฉบับเต็ม)
ประกาศเชิญชวนโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์บนหลังคาภาคประชาชน พ.ศ. 2569
2. ค่าใช้จ่ายเชื่อมระบบ
เอกสารหมายเลข 1 - บัญชีอัตราค่าใช้จ่ายการศึกษา ตรวจสอบระบบ และเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า
3. ร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
เอกสารหมายเลข 2 - ร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน
■ ขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 kW AC หมายถึงอะไร
คำว่า “ขายไฟได้ไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์” หมายถึง ปริมาณกำลังไฟฟ้ากระแสสลับที่เจ้าของบ้านเสนอขายให้การไฟฟ้าได้สูงสุดไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า
ข้อควรระวังสำคัญ
เงื่อนไขนี้ไม่ได้บังคับว่าต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 5 kW เท่านั้น (คุณสามารถติดตั้งขนาดใหญ่กว่านี้เพื่อผลิตใช้เองในบ้านได้) แต่หมายความว่า กำลังไฟฟ้าส่วนเกินสูงสุดที่จะจ่ายย้อนกลับไปขายให้การไฟฟ้า จะต้องถูกจำกัดไว้ที่ไม่เกิน 5 kW AC ต่อ 1 มิเตอร์
ตัวอย่างเช่น บ้านติดตั้งโซลาร์รูฟเพื่อใช้ไฟในบ้านเป็นหลัก เมื่อผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่บ้านใช้ในบางช่วงเวลา ไฟฟ้าส่วนเกินสามารถขายคืนให้การไฟฟ้าได้ แต่ปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญาจะต้องไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์
เครื่องคำนวณรายได้จากการขายไฟส่วนเกิน
คำนวณรายได้คร่าวๆ จากปริมาณไฟฟ้าส่วนเกินที่คุณส่งขายคืนการไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย
■ ใครสามารถเข้าร่วมโครงการโซลาร์รูฟภาคประชาชน 2569 ได้บ้าง
ผู้ที่สามารถยื่นขอขายไฟฟ้าในโครงการนี้ ต้องมีคุณสมบัติหลักดังนี้:
เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1)
เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าและมีชื่อในทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้า
ติดตั้งระบบบนหลังคา ดาดฟ้า หรือพื้นที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคารเท่านั้น (ไม่รวม Ground-Mounted)
ปฏิบัติตามข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายและใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานของการไฟฟ้า
■ ขั้นตอนการยื่นขอขายไฟฟ้าโซลาร์รูฟภาคประชาชน 2569
ตรวจสอบคุณสมบัติของบ้านและมิเตอร์ไฟฟ้า
ตรวจสอบว่าเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าและมีชื่อในทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อป้องกันสิทธิ์ถูกปฏิเสธ
ประเมินขนาดระบบโซลาร์รูฟที่เหมาะสม
วิเคราะห์พื้นที่หลังคา ทิศทางแสงแดด และพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในบ้าน เพื่อกำหนดขนาดกำลังผลิตเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์ไฟฟ้า
เตรียมเอกสารและยื่นคำขอขายไฟฟ้า
ยื่นแบบคำขอผ่านระบบออนไลน์ของการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง เริ่มเปิดรับในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
รอการพิจารณาและลงนามสัญญา
การไฟฟ้าจะประกาศผลใน 30 วัน จากนั้นต้องลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายใน 30 วันหลังประกาศรายชื่อ และเริ่มขายไฟฟ้าเข้าระบบ (SCOD) ภายในปี 2570
ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
กฟภ. กำหนดมาตรฐานการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อให้การติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาบ้านอยู่อาศัยมีความปลอดภัย มั่นคง และสอดคล้องกับระเบียบการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้าล่าสุด
ระบบไฟฟ้าที่รองรับ
• ระบบไฟฟ้า 1 เฟส (220V): สำหรับบ้านอยู่อาศัยขนาดกลางและเล็กทั่วไป
• ระบบไฟฟ้า 3 เฟส (220/380V): สำหรับบ้านขนาดใหญ่ที่มีการใช้พลังงานสูง
ศึกษาข้อกำหนดเพิ่มเติมได้จากเอกสารทางการของ กฟภ.: แนวทางปฏิบัติการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า (ฉบับที่ 1) และ ข้อกำหนดเทคนิคและการยื่นคำขอ (ฉบับที่ 2)
มาตรฐานอินเวอร์เตอร์
อินเวอร์เตอร์ (Inverter/Converter) ต้องเป็นรุ่นที่ผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองหรือทดสอบตามข้อกำหนดของ กฟภ. แล้วเท่านั้น ตรวจสอบรายชื่ออุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานได้ที่ เว็บไซต์ตรวจสอบรายชื่ออุปกรณ์ของ กฟภ. โดยผู้ติดตั้งต้องปรับตั้งค่าระบบป้องกันแรงดัน ความถี่ และระบบเกาะกลุ่ม (Anti-islanding) ให้ถูกต้อง
อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ต้องติดตั้ง
เพื่อป้องกันระบบไฟฟ้าจากกระแสเกิน ไฟรั่ว และแรงดันกระชาก ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันภัยดังต่อไปนี้:
เซอร์กิตเบรกเกอร์
ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินขนาด (Overcurrent) และการลัดวงจรในระบบ
อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว
ระบบ RCD หรือ RCBO ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหลเพื่อความปลอดภัยในบ้าน
อุปกรณ์ป้องกันแรงดันกระชาก
AC Surge Protection ช่วยลดความเสียหายจากแรงดันเกินชั่วขณะ เช่น ฟ้าผ่า
ในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
สำหรับบ้านที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการต้องยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ MyEnergy (หรือ MEA Solar OSS) ซึ่งเป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จแบบดิจิทัลเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
💰 สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสุดคุ้ม: ใครที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดไม่เกิน 10 kWp ในพื้นที่ กฟน. แล้วผ่านการอนุมัติให้เชื่อมต่อระบบและขายไฟเรียบร้อย ทาง กฟน. จะส่งข้อมูลไปที่หน่วยงานรัฐให้ทันที เพื่อช่วยเดินเรื่องลดหย่อนภาษีสำหรับค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์ ตามกฎหมายลดหย่อนภาษีปี 2569
ข้อกำหนดด้านอุปกรณ์และความปลอดภัย
เพราะการปล่อยไฟฟ้าที่ผลิตได้จากหลังคาบ้านย้อนเข้าสู่ระบบไฟส่วนกลางของเมืองมีเรื่องที่ต้องระวังอยู่พอสมควร เราเลยต้องทำตามข้อกำหนดของ กฟน. อย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า และช่วยให้ระบบไฟในพื้นที่เสถียรไม่มีปัญหาตามมา:
🔌 มาตรฐานอินเวอร์เตอร์ (Inverter)
อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในระบบจะต้องเป็นยี่ห้อและรุ่นที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานและขึ้นทะเบียนบัญชีรายชื่ออุปกรณ์ของ MEA เท่านั้น เพื่อความมั่นใจในความเสถียรของระบบจ่ายไฟ
🛡️ อุปกรณ์ควบคุมไฟไหลย้อน (Export Limiting Device)
ต้องติดตั้งระบบป้องกันไฟฟ้าไหลย้อนกลับหรือ Export Limiting Device (EXL) ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าไหลย้อนเกินปริมาณที่ตกลงในสัญญา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเครือข่ายจ่ายไฟฟ้า
⚠️ ข้อสำคัญที่พลาดไม่ได้: หากบ้านของคุณมีการติดตั้งอินเวอร์เตอร์รวมแล้ว "มากกว่า 5 kW" กฟน. มีกฎเหล็กว่า "ต้องติดตั้งอุปกรณ์ EXL นี้เพิ่มเติมทันที" เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) โซลาร์ภาคประชาชน
ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้า ประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) ของ PEA และเป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (มิเตอร์) ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
โครงการไม่ได้จำกัดขนาดระบบ Solar Rooftop ติดตั้ง ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดตั้งระบบ ขนาดมากกว่า 5 kW เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ (Self Consumption)
กำลังไฟฟ้าที่เสนอขายเข้าระบบ ไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อราย ตามประกาศ กกพ. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตมากกว่า 5 kW ได้ แต่กำลังไฟฟ้าที่เสนอขายเข้าระบบต้องไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อราย ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะนำไปใช้ ภายในบ้านก่อน เพื่อลดค่าไฟฟ้า และส่วนที่เหลือสามารถจำหน่ายเข้าระบบได้ ภายใต้เงื่อนไขของโครงการ
สามารถติดตั้งได้ โครงการไม่มีข้อห้ามในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบแบตเตอรี่สำรอง (BESS) เพียงแต่ขั้นตอนการติดตั้งและการใช้งานแบตเตอรี่ จะต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยทางวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา (PEA หรือ MEA)
ปรึกษาเรื่องโซลาร์รูฟ
เปลี่ยนบ้านให้เป็นพลังงานสะอาด พร้อมบริการดูแลครบวงจรจากทีมงานมืออาชีพ ปรึกษาเราได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางที่คุณสะดวก


